Eurovent ยูโรเวนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัดลมและโบลเวอร์อุตสาหกรรม

TH / EN

พลังงานความร้อนที่ได้จากเชื้อเพลง …คือ

พลังงานความร้อนที่ได้จากเชื้อเพลง …คือ

เตาเผาอุตสาหกรรม จัดว่าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ความร้อนสูง และ มีการสูญเสียพลังงานความร้อนที่สูงเช่นกัน ซึ่งในบทความนี้เราจะมากล่าวถึง แหล่งเชื้อเพลิงที่เป็นพลังงานในการให้ความร้อนว่า เชื้อเพลิงแบบไหน ที่เหมาะสมกับการใช้งาน หรือ ภาคอุตสาหกรรมแบบไหน ควรเลือกใช้เชื้อเพลิงประเภทไหน ถึงจะเหมาะสมที่สุด
ในวันนี้เราจะกล่าวถึงเชื้อเพลิง 3 ประเภทได้แก่

  1. เชื้อเพลิงประเภทก๊าซ สามารถแบ่งย่อยๆได้เป็น
    – ก๊าซที่พบได้จากธรรมชาติ
    – ก๊าซที่ทำมาจากเชื้อเพลิงแข็ง
    – ก๊าซที่ทำมาจากปิโตรเลียม
    – ก๊าซที่ได้จากกระบวนการหมักบางชนิด

คุณสมบัติของ ” เชื้อเพลิงประเภทก๊าซ “
– เป็นเชื้อเพลิงที่สะอาด องค์ประกอบไม่เปลี่ยนแปลงมาก ให้ค่าความร้อนสูง
– การผสมระหว่างแก๊สและอากาศทำได้ง่าน ทำให้การเผาไหม้ได้สมบูรณ์
– การใช้และควบคุมอัตราป้อนแก๊สเข้าสู่อุปกรณ์ทำได้ง่าย
– ไมีมีขี้เถ้า

  1. เชื้อเพลิงเหลวสามารถแบ่งย่อยๆได้เป็น
    – น้ำมันเบนซิน
    – น้ำมันก๊าด
    – น้ำมันดีเซล
    – น้ำมันเตา
    – กากก้นหอกลั่น

คุณสมบัติของ ” เชื้อเพลิงเหลว “
– ความร้อนสูง
– ราคาสูงกว่าเชื้อเพลิงประเภทก๊าซ และ เชื้อเพลิงประเภทของเหลว
– ค่าขนถ่ายมีค่าใช้จ่ายต่ำ
– ควบคุมความดันไอน้ำแบบอัติโนมัติง่าย
– ใช้พื้นที่เก็บเชื้อเพลิงน้อย
– มีโอกาสเกิดมลภาวะ จากเขม่าควันต่ำ

  1. เชื้อเพลิงแข็ง
    – ถ่านหิน
    – ไม้ , ถ่านที่เกิดจากการเผาไหม้จากไม้
    – เศษวัสดุจากธรรมชาติต่างๆ

คุณสมบัติของ ” เชื้อเพลิงแข็ง “
– ค่าความร้อนต่ำ
– ราคาถูก
– ใช้พิื้นที่ในการจัดเก็บเชื้อเพลิงมาก
– มีโอกาสเกิดมลภาวะสูง จากฝุ่น ขี้เถ้า เขม่าควัน
– หม้อน้ำอาจมีการกัดกร่อยจากเชื้อเพลิงสูง ค่าซ่อมบำรุงสูง
– หม้อน้ำต้องมีขนาดใหญ่ พื้นผิวรับความร้อนมาก ลงทุนสูง
– ควบคุมความดันไอน้ำแบบอัติโนมัติยาก

โดยเชื้อเพลิงแต่ละชนิด จะให้พลังงานความร้อนไม่เท่ากัน  โดยพิจารณาได้จากค่าความร้อนของเชื้อเพลิงนั้นๆ
ค่าความร้อนเชื้อเพลิง
ค่าความร้อนเชื้อเพลิง (Heating Value) หมายถึง ปริมาณความร้อนที่ได้จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงนั้นๆ  1 หน่วยมวล (สำหรับเชื้อเพลิงที่เป็นของแข็งและของเหลว) หรือ 1 หน่วยปริมาตร (สำหรับเชื้อเพลิงที่เป็นก๊าซ) เมื่อเผาไหม้หมดอย่างสมบูรณ์

โดยมีสูตรคำนวณดังนี้ 
H = Q / M (เชื้อเพลิงที่เป็นของแข็งและของเหลว)
H = Q / V (เชื้อเพลิงที่เป็นก๊าซ)
เมื่อ H = ค่าความร้อนเชื้อเพลิง มีหน่วยเป็นปริมาณความร้อนต่อมวล หรือปริมาณความร้อนต่อปริมาตร
Q = ปริมาณความร้อนที่เชื้อเพลิงนั้นให้ออกมา มีหน่วยเป็นแคลอรี ( cal) กิโลแคลอรี (kcal) จูล (J) หรือ กิโลจูล (kJ)
M = มวลของเชื้อเพลิง มีหน่วยเป็นกรัม (g) หรือ กิโลกรัม(kg)
V = ปริมาตรของเชื้อเพลิง มีหน่วยเป็นลูกบาศก์เซนติเมตร หรือ ลูกบาศก์เมตร

ที่มาข้อมูล : กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)

ในการเลือกใช้ประเภทของเชื้อเพลิง นอกจากจะต้องคำนึงถึงความสามารถในการให้พลังงานความร้อนสูงแล้ว ยังต้องพิจารณาความเหมาะสมอื่นๆอีก เช่น ราคาเชื้อเพลิง ความปลอดภัยในการใช้ ปริมาณการผลิต ปริมาณเชื้อเพลิงที่มีในธรรมชาติ ตลอดจนประสิทธิภาพของอุปกรณ์ที่ใช้กับเชื้อเพลิงนั้นๆ

หากคุณสนใจใน  [ อุปกรณ์ระบบเผาใหม้ในงานอุตสาหกรรม ]  สามารถโทรเข้ามาปรึกษาปัญหา เรายินดีให้คำแนะนำ และเข้าไปตรวจสอบปัญหาถึงหน้างานของท่าน สนใจติดต่อ ผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทย

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *